เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ

เปรียบเทียบ 2 ฤดูกาลที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลหน้าแข้งดี พีเอฟเอ เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ นับเป็นเกียรติตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายหลังที่เขาได้คะแนนโหวตจากเพื่อนฝูงพ่อค้าลำแข้งร่วมกันให้เป็นคนได้รางวัลนักฟุตบอลดีที่สุดประจำฤดู 2020-21 ของสัมพันธ์นักเตะอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ภายหลังที่ทำผลงานได้เด่นจนกระทั่งมีส่วนทำให้กลุ่มได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปเชยชม

    นี่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลอันมีเกียรตินี้เป็นยุคที่ 2 ต่อเนื่องกัน ซึ่งเขาก็นับว่าเป็นนักฟุตบอลผู้ที่ 3 ในประวัติศาสตร์แค่นั้นซึ่งสามารถทำแบบนั้นได้ โดยคนแรกเป็น เธียร์ปรี่ อองรี ที่ทำเป็นกับ อาร์เซน่อล ในช่วงฤดูกาล 2002-03 กับ 2003-04 ส่วนผู้ที่สองเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำเอาเอาไว้ภายในตอนเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2006-07 กับ 2007-08

    ดังนี้ วันนี้พวกเราจะฉวยโอกาสนี้มาทดลองเทียบกันสักนิดสักหน่อยว่าผลงานในเกมบุกของ เดอ บรอยน์ สำหรับเพื่อการลงเล่นเกมลีกระหว่างฤดู 2019-20 กับ 2020-21 นั้น มันแตกต่างเพียงใด โดยจำนวนกลุ่มนี้ได้จาก whoscored เว็บแนวบันทึกสถิติยอดนิยม

    – การเลี้ยงบอลและก็ครอบครองบอล
    เดอ บรอยน์ เป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้อีกทั้งตำแหน่งกองกลางตัวกลางและก็ตัวขอบเส้น ซึ่งโน่นทำให้เขามีความรู้และความเข้าใจสำหรับการเลี้ยงบอลที่เด่นเช่นกัน ซึ่งในช่วงฤดูกาลนี้เขาเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งขันได้เฉลี่ย 1.9 ครั้งต่อเกม โดยเขาทำเป็นดีมากกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ทำไป 1.4 ทีต่อนัดหมายด้วย

 

เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ

 

    แต่ ถ้าเกิดเอ๋ยถึงความแน่นแฟ้นสำหรับในการครอบครองบอลแล้วล่ะก็ ฤดูกาลที่แล้วตัวรุกชาวเบลเยียมทำเป็นดีมากกว่า เนื่องจากฤดูนี้เขาโดนคู่ปรับฉกบอลไปจากเท้า 1.3 คราวต่อเกม ส่วนฤดูกาลที่แล้วโดนไปเพียงแค่ 0.9 ครั้งต่อนัดหมาย แถมฤดูกาลนี้เขายังจับบอลพลาดจนถึงทำให้บอลลั่นไป 1.8 คราวต่อเกมด้วย ต่างกับฤดูก่อนทำไป 1.3 ครั้งต่อนัดหมาย

    – การส่งบอล
    นี่เป็นลักษณะเด่นของ เดอ บรอยน์ เนื่องจากเขาเลื่องลือหัวข้อการปั้นเกมได้ดีเยี่ยมแล้วก็ผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยมกระทั่งทำให้เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มทำคะแนนได้แบบไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ท่ายากมากอะไรนัก โดยฤดูกาลปัจจุบันเขาทำไป 12 แอสซิสต์ แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วมันก็เทียบกับฤดูกาลก่อนที่จะทำไปถึง 20 แอสซิสต์มิได้เลย

 

เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ

 

    นอกนั้น ฤดูนี้ เดอ บรอยน์ ยังมีค่าเฉลี่ยการจ่ายบอลที่เป็นจังหวะสำคัญ 3.2 ทีต่อเกม ลดลงจากฤดูกาลก่อนที่จะทำไป 3.9 ครั้งต่อนัดหมายด้วย แถมในฤดูกาลปัจจุบันเขายังครอสบอลตรงเป้า 1.6 ทีต่อนัดหมาย ดร็อปลงจากฤดูก่อนที่จะทำไป 2.1 ครั้งต่อเกมอีกต่างหาก

    แม้กระนั้น ถ้ามองดูที่การส่งบอลโดยรวมแล้วนั้น ผลงานของ เดอ บรอยน์ ใน 2 ฤดูกาลหลังสุดก็ไม่มีความแตกต่างกันเยอะแค่ไหนนัก ด้วยเหตุว่าฤดูนี้เขาผ่านบอลตรงเป้า 81.7 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาที่ฤดูกาลก่อนจำนวนความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการผ่านบอลของเขาอยู่ในระดับ 81.5 เปอร์เซ็นต์ร่วมกัน

    – การยิง
    ในช่วงฤดูกาลนี้ เดอ บรอยน์ กลับสามารถยิงตรงกรอบได้บ่อยมากกว่าฤดูกาลก่อน เพราะว่าจำนวนในด้านนี้ของเขาอยู่ที่เฉลี่ย 3.56 ครั้งต่อเกม ในช่วงเวลาที่ฤดูกาลที่แล้วทำไป 3.10 ครั้งต่อนัดหมาย แต่ว่าในด้านสมรรถนะของลูกยิงนั้นไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงเพราะว่าฤดูกาลนี้เขาเปลี่ยนแปลงจังหวะยิงตรงกรอบให้เปลี่ยนเป็นประตูได้เพียงแค่ 0.16 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง ตอนที่ฤดูกาลก่อนจำนวนในด้านนี้อยู่ที่ 0.41 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง

 

เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ

 

    ดังนั้น ฤดูกาลนี้ เดอ บรอยน์ เลยทำแต้มในลีกได้เพียงแค่ 6 ลูก ลดน้อยลงจากฤดูก่อนที่จะทำไป 13 ประตูมากพอใช้ และก็ผลต่างระหว่างประตูที่ควรทำเป็น กับปริมาณประตูที่ทำเป็นจริงๆของเขาเลยอยู่ที่ -3.7 (ซึ่งก็คือยิงได้น้อยกว่าที่จะต้องเป็นเฉลี่ย 3.7 ลูก) ไปด้วย ทั้งๆที่ฤดูกาลก่อนยังอยู่ในระดับ +5.4 (ซึ่งก็คือยิงได้มากกว่าที่จะต้องเป็นเฉลี่ย 5.4 ลูก) อยู่เลย

    
    – เด็กเกร็ดบอล –

 

เทียบ 2 ซีซั่นที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ